
ราคาระบบสะสมแต้มในไทยปี 2569 แบ่งเป็นสามช่วงกว้าง ๆ คือ แบบฟรีที่มีเพดานการใช้งาน แบบเหมาจ่ายรายเดือนหลักพันถึงหลักหมื่นบาท และแบบ Enterprise ที่คิดราคาตามจำนวนการใช้งานจริง สำหรับร้านค้าเล็กที่มีลูกค้าไม่กี่ร้อยคน โปรแกรมฟรีหรือแพ็กเกจหลักพันก็เพียงพอ แต่สำหรับแบรนด์ที่พิมพ์ QR Code ลงบนสินค้าหลักหมื่นถึงหลักล้านชิ้น ตัวเลขที่ต้องดูไม่ใช่ค่ารายเดือน แต่คือ ต้นทุนต่อการสแกนหนึ่งครั้ง บทความนี้แจกแจงราคาแต่ละแบบ ข้อจำกัดที่มักไม่เขียนไว้บนหน้าเว็บ และวิธีเลือกให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ
ระบบสะสมแต้มคิดราคากี่แบบ
ก่อนเทียบราคายี่ห้อต่อยี่ห้อ ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้ให้บริการในไทยคิดเงินด้วยโมเดลที่ต่างกัน โมเดลที่ใช้บ่อยมีสี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับธุรกิจคนละขนาด
- เหมาจ่ายรายเดือนตามฟีเจอร์ — จ่ายเท่ากันทุกเดือน ปลดล็อกฟีเจอร์เพิ่มเมื่อขยับแพ็กเกจ เช่น Rocket Loyalty CRM เริ่ม 8,000 บาทต่อเดือน หรือ ChocoCRM ที่เริ่มระดับหลักพันบาทต่อเดือน
- คิดตามจำนวน Transaction หรือสมาชิก — จ่ายตามการใช้งานจริง เช่น Pointspot คิดเป็นแพ็กเกจรายปี ตั้งแต่ 5,000 Transaction ต่อเดือนไปจนถึง 150,000 Transaction ต่อเดือน ถ้าเกินโควตาจ่ายเพิ่มต่อรายการ
- คิดต่อผู้ใช้งาน (Per Seat) — เหมาะกับ CRM ฝ่ายขายมากกว่าระบบสะสมแต้ม เพราะราคาผูกกับจำนวนพนักงาน ไม่ใช่จำนวนลูกค้า
- Enterprise คิดตามงานจริง — เช่น Buzzebees ที่ไม่ประกาศราคาหน้าเว็บ ต้องคุยกับทีมขายเพื่อประเมินตามปริมาณและระบบที่ต้องเชื่อม

โปรแกรมสะสมแต้มฟรี ใช้ได้จริงแค่ไหน
คำว่า "ฟรี" ในตลาดนี้มีสองความหมาย และมักถูกใช้ปนกัน อย่างแรกคือฟรีถาวรแต่มีเพดาน อย่างที่สองคือทดลองใช้ฟรีตามระยะเวลาแล้วต้องจ่ายต่อ เครื่องมือสะสมแต้มของ SME ไทยส่วนใหญ่เป็นแบบที่สอง เช่น ทดลอง 30 ถึง 60 วันแล้วเข้าสู่แพ็กเกจจ่ายเงิน
แบบฟรีถาวรมักจำกัดที่จำนวนการใช้งาน ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Pointspot แพ็กเกจฟรีจำกัด 100 Transaction รวม และ LINE Official Account แพ็กเกจฟรีส่งข้อความบรอดแคสต์ได้ 300 ข้อความต่อเดือน โดยซื้อเพิ่มไม่ได้ เพดานพวกนี้ไม่กระทบร้านที่เพิ่งเริ่ม แต่จะชนเพดานทันทีเมื่อลูกค้าเริ่มสแกนกันจริงจัง
- จำกัดจำนวนสมาชิกหรือจำนวนการสแกนต่อเดือน
- ส่งข้อความหาลูกค้าได้จำกัด หรือคิดเงินต่อข้อความเมื่อเกินโควตา
- ไม่มี API ให้เชื่อมกับระบบหลังบ้าน ต้องขยับแพ็กเกจสูงขึ้นก่อน
- ดูรายงานพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกและแบ่งกลุ่มลูกค้าไม่ได้
- ติดโลโก้ผู้ให้บริการ ปรับแบรนด์เองไม่ได้
เทียบราคาระบบสะสมแต้มยอดนิยมในไทย
ราคาด้านล่างอ้างอิงจากหน้าเว็บของผู้ให้บริการ ณ ปี 2569 และไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการปรับราคาเป็นระยะ ควรเช็กหน้าเว็บทางการอีกครั้งก่อนตัดสินใจ
| ผู้ให้บริการ | โมเดลราคา | ราคาเริ่มต้น (ไม่รวม VAT) |
|---|---|---|
| Pointspot | รายปี ตาม Transaction | ฟรี (100 Transaction) / Basic 49,000 บาทต่อปี |
| ChocoCRM | เหมาจ่ายรายเดือน | เริ่มระดับหลักพันบาทต่อเดือน |
| Rocket Loyalty CRM | เหมาจ่ายรายเดือน | Starter 8,000 บาทต่อเดือน |
| MyCustomer บน LINE OA | เหมาจ่ายรายเดือน | 369 บาทต่อเดือน (ฟรีเมื่อใช้ LINE OA Pro) |
| Buzzebees | Enterprise | ติดต่อทีมขาย (ไม่ประกาศราคา) |
ตัวเลขเหล่านี้เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะคิดคนละโมเดล แพ็กเกจ 369 บาทต่อเดือนบน LINE OA เหมาะกับร้านที่มีสมาชิกไม่มาก ส่วนแพ็กเกจหลักหมื่นเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการ API และรายงานเชิงลึก การเทียบราคาที่ถูกต้องต้องเริ่มจากปริมาณการสแกนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริง

แบรนด์ที่พิมพ์ QR ลงสินค้า ควรคิดต้นทุนต่อการสแกน
แบรนด์ FMCG โรงงานเครื่องดื่ม อาหารเสริม หรือน้ำมันเครื่อง ที่พิมพ์ QR Code ลงบนฉลากหรือใต้ฝาสินค้าหลักหมื่นถึงหลักล้านชิ้น มีโครงสร้างต้นทุนต่างจากร้านค้าหน้าเดียว เพราะทุกการสแกนคือหนึ่ง Event ที่ระบบต้องประมวลผล โมเดลเหมาจ่ายรายเดือนแบบตายตัวอาจดูถูกในตอนแรก แต่จะกลายเป็นข้อจำกัดเมื่อยอดสแกนพุ่งช่วงแคมเปญ
วิธีคิดที่ตรงกับความจริงคือเอาค่าใช้จ่ายรวมต่อปีหารด้วยจำนวนการสแกนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ถ้าพิมพ์ QR 500,000 ชิ้นและคาดว่าจะมีคนสแกน 30 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือ 150,000 การสแกน ต้นทุนต่อการสแกนจะบอกได้ชัดกว่าตัวเลขค่ารายเดือนว่าระบบไหนคุ้มกว่าสำหรับปริมาณระดับนี้
สำหรับแบรนด์ที่ผลิตสินค้าจำนวนมาก ราคาที่ควรถามไม่ใช่ค่ารายเดือนกี่บาท แต่คือต้นทุนต่อการสแกนหนึ่งครั้ง เพราะนั่นคือตัวเลขที่จะขยายตามยอดขายจริง
เลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับขนาดธุรกิจ
ร้านค้าและ SME ที่เพิ่งเริ่ม
เริ่มจากแพ็กเกจฟรีหรือหลักพันบาทต่อเดือนบน LINE OA ก่อนได้ เพราะฐานลูกค้ายังไม่ใหญ่และยังไม่ต้องการ API เมื่อลูกค้าเริ่มกลับมาซื้อซ้ำจนชนเพดาน ค่อยขยับแพ็กเกจตามจำนวนสมาชิกที่โตขึ้น
แบรนด์และโรงงานที่พิมพ์ QR ลงสินค้า
เลือกโมเดลที่คิดตามการสแกนหรือแบบ Enterprise ที่รองรับปริมาณสูงและออก QR แบบ Unique ต่อชิ้นได้ พร้อมเชื่อม LINE OA เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าปลายทาง ระบบสะสมแต้มของ FoundcodeCRM ออกแบบมาสำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องราคาระบบสะสมแต้ม
ระบบสะสมแต้มราคาถูกที่สุดคือแบบไหน
ถูกที่สุดคือแพ็กเกจฟรีหรือ MyCustomer บน LINE OA ที่ 369 บาทต่อเดือน แต่ราคาถูกที่สุดไม่ได้แปลว่าคุ้มที่สุด เพราะแบบฟรีมีเพดานสมาชิกและจำนวนข้อความ ถ้าธุรกิจโตเร็วจะชนเพดานและต้องย้ายระบบอยู่ดี
โปรแกรมสะสมแต้มฟรีเก็บข้อมูลลูกค้าได้ไหม
เก็บได้ในระดับพื้นฐาน แต่การส่งออกข้อมูล การแบ่งกลุ่มลูกค้า และการเชื่อม API มักถูกล็อกไว้ในแพ็กเกจจ่ายเงิน แบรนด์ที่ต้องการใช้ข้อมูลต่อยอดแคมเปญจึงมักเริ่มจากแพ็กเกจจ่ายเงินตั้งแต่ต้น
แบรนด์ที่พิมพ์ QR หลักแสนชิ้นควรใช้แพ็กเกจแบบไหน
ควรใช้โมเดลที่คิดตามการสแกนหรือแบบ Enterprise เพราะค่ารายเดือนแบบตายตัวจะไม่ยืดหยุ่นเมื่อยอดสแกนพุ่งช่วงแคมเปญ และควรเลือกระบบที่ออก QR แบบ Unique ต่อชิ้นได้ เพื่อใช้ต่อยอดทั้งสะสมแต้มและตรวจของแท้
อ่านต่อเรื่องการวางระบบสมาชิกได้ที่ วิธีทำระบบสมาชิก LINE OA และ ระบบ CRM คืออะไร



